top of page
ค้นหา

คุณแม่หลังคลอดกับภาวะท่อน้ำนมอุดตัน (Blocked Duct): สาเหตุ อาการ และแนวทางดูแล

  • 28 ก.ค.
  • ยาว 2 นาที

คุณแม่หลังคลอดหลายท่านอาจมีอาการเต้านมคัดตึง เจ็บ คลำได้ก้อน และน้ำนมไหลไม่สะดวก ส่งผลให้การให้นมเป็นไปได้ยากและรู้สึกไม่สบายตัว


สาเหตุ

  • เต้านมคัด (breast engorgement) เกิดจากน้ำนม เลือด และของเหลวคั่งในเต้านม มักเกิดช่วงน้ำนมมาใหม่ หรือระบายออกไม่ทัน

  • การตีบแคบของท่อน้ำนม อาจเกี่ยวข้องกับการอักเสบ และบวมของเนื้อเยื่อ ทำให้ช่องทางไหลของน้ำนมแคบลง

  • รูปแบบการให้นม หรือปั๊มนมเปลี่ยนแปลง เช่น ลูกเข้าเต้าไม่ดี เว้นช่วงให้นมนาน เปลี่ยนตารางให้นมกะทันหัน ปั๊มนมไม่สม่ำเสมอ ตกรอบปั๊มนม

  • แรงกดเฉพาะบริเวณเต้านม เช่น เสื้อชั้นในหรืออุปกรณ์ที่กดรัด


อาการ

  • คลำได้ก้อนหรือบริเวณแข็งเฉพาะจุด ร่วมกับอาการคัดตึง ปวดระบม หรือเจ็บเมื่อสัมผัส บางรายอาจพบจุดสีขาวเล็ก ๆ บริเวณหัวนม ซึ่งเรียกว่า nipple bleb หรือ milk bleb

  • หากการอักเสบรุนแรงขึ้น อาจพัฒนาเป็น เต้านมอักเสบ (Mastitis) มีอาการบวม แดง ร้อน เจ็บ ร่วมกับไข้ หนาวสั่น ปวดเมื่อย หรืออ่อนเพลียคล้ายเป็นไข้หวัด หากอาการไม่ดีขึ้น ก้อนโตขึ้น หรือเจ็บมากขึ้น ควรพบแพทย์เพื่อประเมินว่ามี ฝีที่เต้านม (Breast Abscess) หรือภาวะอื่นร่วมด้วยหรือไม่


วิธีดูแลเบื้องต้น

  • ให้นม หรือปั๊มนมตามปกติ ให้นมตามความต้องการของลูก และจัดท่าให้ลูกเข้าเต้าได้อย่างเหมาะสม หากจำเป็นอาจปรับท่าให้คางของลูกหันไปทางบริเวณที่มีอาการ เพื่อช่วยให้ระบายน้ำนมได้ดีขึ้น

  • ประคบและสัมผัสเต้านมอย่างนุ่มนวล ประคบอุ่นช่วงสั้น ๆ ก่อนให้นมหากช่วยให้รู้สึกสบายขึ้น และลูบเต้านมเบา ๆ ระหว่างให้นม หลีกเลี่ยงการกดหรือนวดแรงเพื่อพยายามดันก้อนออก (หากมีอาการบวม แดง หรือร้อนมาก อาจใช้การประคบเย็นหลังให้นมเพื่อช่วยบรรเทาอาการ)

  • ปรับพฤติกรรม ดื่มน้ำให้เพียงพอ พักผ่อนให้เพียงพอ และสวมเสื้อชั้นในที่ไม่คับหรือกดรัดเต้านม


Clinical US (กดเพื่อดูรายละเอียดสินค้า)

อาจนำมาใช้เป็นส่วนเสริมในการดูแลคุณแม่ที่มีอาการคัดตึง เจ็บ หรือคลำได้ก้อนบริเวณเต้านม หลังได้รับการประเมินหาสาเหตุอย่างเหมาะสม โดยควรใช้ร่วมกับการให้นม หรือปั๊มนมอย่างเหมาะสม และไม่ใช้ทดแทนการประเมินหาสาเหตุของอาการ ทั้งนี้ควรใช้งานภายใต้คำแนะนำของบุคลากรทางการแพทย์ หรือผู้ที่ได้รับการฝึกอบรม


จุดเด่นของ Clinical US

  • คลื่นอัลตราซาวด์ความถี่ 1 MHz (Ultrasound 1 MHz) เหมาะสำหรับการส่งพลังงานไปยังเนื้อเยื่อที่อยู่ค่อนข้างลึก โดยทั่วไปประมาณ 3–5 ซม.

    • สนับสนุนการไหลเวียนเลือดเฉพาะที่

    • ช่วยเพิ่มความยืดหยุ่นของเนื้อเยื่อ

    • ควรใช้ควบคู่กับการให้นม และการระบายน้ำนมตามความต้องการตามปกติ โดยไม่พยายามปั๊มให้เต้านมเกลี้ยง

  • LED แสงแดง 650 nm และอินฟราเรด 850 nm (Near-Infrared)

    เทคโนโลยี Photobiomodulation (PBM) ใช้พลังงานแสงเพื่อกระตุ้นการตอบสนองของเนื้อเยื่อ

    • สนับสนุนการตอบสนองต่อการอักเสบ

    • ช่วยบรรเทาความรู้สึกไม่สบาย และความตึงของเนื้อเยื่อ

    • สนับสนุนกระบวนการซ่อมแซมเนื้อเยื่อ


มีรายงานกรณีศึกษาย้อนหลังเกี่ยวกับการใช้ Therapeutic Ultrasound ในคุณแม่หลังคลอดที่มีภาวะ blocked duct จำนวน 25 ราย และ ABM Clinical Protocol 36 ระบุว่าอาจพิจารณาใช้ Therapeutic Ultrasound เป็นการดูแลเสริมในบางราย


ขั้นตอนการใช้งาน Clinical US

  1. Ultrasound และ LED Infrared

  2. ความเข้ม และ 0.5–1.0 W/cm² (โปรดปรับตามการประเมินของผู้ใช้งาน)

  3. โหมด L (50% หรือ 100%)

  4. ทาเจลให้เพียงพอ และเคลื่อนหัว Ultrasound อย่างต่อเนื่อง ไม่ค้างอยู่จุดเดียว (เลี่ยงการวางหัวอัลตราซาวด์บริเวณหัวนมโดยตรง)

  5. หลังใช้งาน ให้ลูกดูดนม หรือปั๊มนมตามปกติ


ควรหลีกเลี่ยง 

  • การกด หรือนวดแรงเพื่อพยายาม “ดันก้อน” ออก หรือกดเต้านมอย่างรุนแรง เพราะอาจเพิ่มการบวมและการอักเสบของเนื้อเยื่อ


Therapeutic Ultrasound จึงเป็นอีกหนึ่งทางเลือกในการดูแลแบบเสริมสำหรับผู้ที่มีอาการเหมาะสม โดยไม่ได้ใช้ทดแทนการประเมิน การให้นมตามปกติ หรือการรักษาทางการแพทย์เมื่อมีข้อบ่งชี้


คุณพ่อ และคนในครอบครัว ก็ใช้ได้


Clinical US ยังสามารถนำไปใช้ดูแลปัญหาทางระบบกล้ามเนื้อและข้อของสมาชิกในครอบครัวได้ เช่น

  • คุณพ่ออุ้มลูกนานจนปวด หรือตึงหลัง

  • คุณยายอุ้มหลานแล้วมีอาการปวด หรือตึงบริเวณข้อมือ

  • อาการปวดกล้ามเนื้อและข้อต่อจากการใช้งานในชีวิตประจำวัน


งานวิจัยอ้างอิง (References)

  1. Mitchell KB, Johnson HM, Rodríguez JM, et al. Academy of Breastfeeding Medicine Clinical Protocol 36: The Mastitis Spectrum, Revised 2022. Breastfeeding Medicine. 2022;17(5):360–376.

  2. Lavigne V, Gleberzon BJ. Ultrasound as a treatment of mammary blocked duct among 25 postpartum lactating women: A retrospective case series. Journal of Chiropractic Medicine. 2012;11(3):170–178.

  3. Anderson L, Kynoch K, Kildea S, Lee N. Effectiveness of breast massage for the treatment of women with breastfeeding problems: A systematic review. JBI Database of Systematic Reviews and Implementation Reports. 2019;17(8):1668–1694.

  4. Hamblin MR. Mechanisms and applications of the anti-inflammatory effects of photobiomodulation. AIMS Biophysics. 2017;4(3):337–361.

  5. de Freitas LF, Hamblin MR. Proposed Mechanisms of Photobiomodulation or Low-Level Light Therapy. IEEE Journal of Selected Topics in Quantum Electronics. 2016;22(3):7000417.

 
 
 

ความคิดเห็น


  • Call
  • Line
  • Facebook
  • Mail
สอบถามรายละเอียดเพิ่มเติม คลิ๊ก
bottom of page