top of page
ค้นหา

การกระตุ้นไฟฟ้าทางกายภาพบำบัด (Electrical Stimulation / Electrotherapy)

  • 20 ชั่วโมงที่ผ่านมา
  • ยาว 1 นาที
ตัวอย่างการแปะแผ่นกระตุ้นไฟฟ้าลดปวด คลายกล้ามเนื้อ ออฟฟิสซินโดรม

การกระตุ้นไฟฟ้าทางกายภาพบำบัด (Electrical Stimulation หรือ Electrotherapy) เป็นเทคโนโลยีที่นักกายภาพบำบัดใช้กันอย่างแพร่หลายในการฟื้นฟูระบบกล้ามเนื้อ เส้นประสาท และการเคลื่อนไหวของร่างกาย โดยอาศัยกระแสไฟฟ้าระดับที่ปลอดภัยส่งผ่านแผ่นอิเล็กโทรดบนผิวหนัง เพื่อกระตุ้นเนื้อเยื่อเป้าหมายตามวัตถุประสงค์ของการรักษา


ปัจจุบันมีรูปแบบกระแสไฟหลายชนิด ซึ่งแต่ละชนิดถูกออกแบบให้เหมาะกับปัญหาและระยะของการบาดเจ็บที่แตกต่างกัน จึงควรเลือกใช้ให้เหมาะสมตามการประเมินของนักกายภาพบำบัดหรือบุคลากรทางการแพทย์


กระแสไฟ TENS (Transcutaneous Electrical Nerve Stimulation)

TENS เป็นกระแสไฟที่ใช้กันอย่างแพร่หลายสำหรับการจัดการอาการปวด โดยส่งกระแสไฟผ่านผิวหนังเพื่อกระตุ้นเส้นประสาทรับความรู้สึก ซึ่งเชื่อว่าช่วยปรับการรับรู้สัญญาณความปวดของร่างกาย และกระตุ้นการหลั่งสารระงับปวดตามธรรมชาติในบางรูปแบบของการตั้งค่า

นักกายภาพบำบัดมักเลือกใช้ TENS ในผู้ที่มีอาการปวดจากกล้ามเนื้อ ข้อต่อ หรือเส้นประสาท ทั้งในระยะเฉียบพลันและระยะเรื้อรัง รวมถึงใช้ร่วมกับการออกกำลังกายและการฟื้นฟูสมรรถภาพ

จุดเด่นของ TENS

  • ช่วยบรรเทาอาการปวด

  • ช่วยให้ผู้ป่วยสามารถเคลื่อนไหวหรือออกกำลังกายได้สะดวกขึ้น

  • สามารถใช้ร่วมกับโปรแกรมกายภาพบำบัดอื่นได้


กระแสไฟ EMS (Electrical Muscle Stimulation)

EMS เป็นกระแสไฟที่ออกแบบมาเพื่อกระตุ้นเส้นประสาทสั่งการ ทำให้กล้ามเนื้อเกิดการหดและคลายตัวเป็นจังหวะ คล้ายกับการทำงานของกล้ามเนื้อขณะออกแรงจริง

จึงนิยมใช้ในผู้ที่มีกล้ามเนื้ออ่อนแรง กล้ามเนื้อไม่ได้ใช้งานเป็นเวลานาน หรืออยู่ระหว่างการฟื้นฟูหลังการบาดเจ็บและการผ่าตัด รวมถึงผู้ป่วยโรคหลอดเลือดสมองหรือการบาดเจ็บของเส้นประสาทบางชนิด

จุดเด่นของ EMS

  • กระตุ้นการหดตัวของกล้ามเนื้อ

  • ช่วยคงสภาพมวลกล้ามเนื้อในช่วงที่ยังใช้งานได้จำกัด

  • ใช้ร่วมกับการฝึกกล้ามเนื้อเพื่อเพิ่มประสิทธิภาพของการฟื้นฟู

  • ช่วยฝึกการควบคุมการทำงานของกล้ามเนื้อในบางภาวะ


กระแสไฟ IFC (Interferential Current)

IFC หรือ Interferential Current เป็นกระแสไฟความถี่ปานกลางที่เกิดจากการตัดกันของกระแสไฟ 2 ชุดภายในเนื้อเยื่อ ทำให้เกิดกระแสกระตุ้นความถี่ต่ำบริเวณจุดตัด ซึ่งสามารถส่งผ่านเนื้อเยื่อได้ลึกกว่ากระแสไฟบางชนิด และให้ความรู้สึกสบายบริเวณผิวหนังมากกว่า

นักกายภาพบำบัดมักเลือกใช้ IFC ในบริเวณกล้ามเนื้อหรือข้อต่อที่อยู่ลึก เช่น หลัง สะโพก หัวไหล่ หรือข้อเข่า

จุดเด่นของ IFC

  • ช่วยบรรเทาอาการปวด

  • ช่วยให้กล้ามเนื้อที่เกร็งคลายตัว

  • ส่งเสริมการไหลเวียนเลือดเฉพาะบริเวณ

  • ใช้ร่วมกับโปรแกรมฟื้นฟูการเคลื่อนไหว


กระแสไฟ Russian Stimulation

Russian Stimulation เป็นกระแสไฟความถี่ปานกลางที่ถูกพัฒนาขึ้นเพื่อการกระตุ้นกล้ามเนื้อให้หดตัวอย่างมีประสิทธิภาพ โดยนิยมใช้ในการฝึกเพิ่มกำลังกล้ามเนื้อร่วมกับการออกกำลังกาย

งานวิจัยหลายฉบับพบว่า Russian Stimulation สามารถใช้ร่วมกับโปรแกรมฟื้นฟูเพื่อส่งเสริมการทำงานของกล้ามเนื้อในผู้ที่มีภาวะกล้ามเนื้ออ่อนแรง หรือหลังการผ่าตัดทางกระดูกและข้อได้ในบางกรณี

จุดเด่นของ Russian

  • การฟื้นฟูหลังการผ่าตัด

  • กล้ามเนื้ออ่อนแรง

  • การฝึกเพิ่มกำลังกล้ามเนื้อภายใต้การดูแลของผู้เชี่ยวชาญ


กระแสไฟ Microcurrent

Microcurrent หรือ MENS เป็นกระแสไฟฟ้าระดับต่ำมาก (Microampere) ซึ่งมีความเข้มใกล้เคียงกับกระแสไฟฟ้าตามธรรมชาติของร่างกาย ผู้รับการรักษาหลายรายแทบไม่รู้สึกถึงกระแสไฟขณะใช้งาน

นักกายภาพบำบัดอาจเลือกใช้ในผู้ที่มีอาการไวต่อความเจ็บปวด มีการอักเสบในระยะเริ่มต้น หรือใช้ร่วมกับโปรแกรมฟื้นฟูหลังการผ่าตัดและการบาดเจ็บของเนื้อเยื่ออ่อน ทั้งนี้การเลือกใช้ขึ้นอยู่กับการประเมินทางคลินิกของแต่ละบุคคล


แม้ว่าจะเรียกว่า "เครื่องกระตุ้นไฟฟ้า" เหมือนกัน แต่ TENS, EMS, IFC, Russian และ Microcurrent มีหลักการทำงานและวัตถุประสงค์ที่แตกต่างกัน การเลือกชนิดของกระแสไฟจึงควรพิจารณาจากอาการ ระยะของการบาดเจ็บ และเป้าหมายของการฟื้นฟู เพื่อให้เหมาะสมกับผู้รับการรักษาแต่ละราย

การใช้งานร่วมกับการออกกำลังกาย การยืดกล้ามเนื้อ และการปรับพฤติกรรม มักเป็นองค์ประกอบสำคัญของการฟื้นฟูทางกายภาพบำบัดอย่างมีประสิทธิภาพ

ความคิดเห็น


  • Call
  • Line
  • Facebook
  • Mail
สอบถามรายละเอียดเพิ่มเติม คลิ๊ก
bottom of page